Skip to content

ผีตายโหง

ความเชื่อเรื่อง ผีตายโหง มีมาช้านานในหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ในประเทศไทย เชื่อกันว่าผีตายโหงเป็นวิญญาณของคนตายที่ตายอย่างกะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัว ไม่มีเวลาทำ พิธีกรรมทางศาสนา หรือตายอย่างโหดร้าย วิญญาณเหล่านี้มักมีความอาฆาตแค้น ไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้ จึงยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ว่าผีมีอยู่จริง อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องผี ตายโหง ยังคงเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย หลายคนยังคงเชื่อและให้ความสำคัญกับความเชื่อเหล่านี้

ประวัติความเป็นมาของความเชื่อเรื่อง คนตายโหง ในประเทศไทยนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน และพระอภัยมณี มักกล่าวถึงผีตายโหงในลักษณะของวิญญาณร้ายที่คอยหลอกหลอนผู้คน และในคัมภีร์ไตรปิฎก พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงผีตายโหงไว้ว่า วิญญาณของคนตายจะไปสู่ภพภูมิต่างๆ ตามกรรมที่ได้ทำไว้ หากตายอย่างกะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัว วิญญาณก็จะไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้ แต่จะยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ เรียกกันว่า “เปรต” เปรตเหล่านี้มักมีความหิวโหย จิตสุดท้าย ทนทุกข์ทรมาน และต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปตราบเท่าที่ยังไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้นั้นเอง

อ้างอิง https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%87

ตายโหงคือ ในความเชื่อของไทย มักเชื่อกันว่าผีตายโหงมักปรากฏตัวในสถานที่ที่ตนเสียชีวิต เช่น บ้านร้าง ป่าช้า ถนนเปลี่ยว หรือสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม ลักษณะของผีตายโหงมักเป็นเงาดำร่างสูงโปร่ง บางครั้งอาจปรากฏให้เห็นเป็นร่างคนที่มีบาดแผลหรือเลือดไหล บางคนอาจได้ยินเสียงร้องโหยหวนหรือเสียงกรีดร้อง ความเชื่อเรื่องผีตายโหงมักนำมาซึ่งความกลัวและวิตกกังวล หลายคนจึงหลีกเลี่ยงที่จะไปสถานที่ที่เชื่อว่ามีผีตายโหงตายแล้วไปอยู่ไหน อยู่ บางคนอาจใช้เครื่องรางของขลังหรือทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เพื่อป้องกันตัวจากผีตายโหง

  • ตำนานผีตายโหงในโรงพยาบาล เล่าขานกันว่าในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีผีตายโหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม วิญญาณของเธอมักปรากฏตัวในห้องผู้ป่วยที่เธอเสียชีวิต บางครั้งอาจปรากฏตัวในร่างคนมีบาดแผลหรือเลือดไหล บางครั้งอาจส่งเสียงร้องโหยหวนหรือเสียงกรีดร้อง ผู้ป่วยที่ได้เห็นผีตายโหงมักรู้สึกกลัวและวิตกกังวล
  • ตำนาน ผี ตายโหง ความเชื่อเรื่องผีตายโหงตามความเชื่อของแต่ละบุคคล บางคนอาจเล่าขานเรื่องราวผีตายโหงจากประสบการณ์ส่วนตัว เช่น เคยเห็นผีตายโหง เคยได้ยินเสียงผีตายโหง หรือเคยถูกผีตายโหงทำร้าย รถชนตาย ความเชื่อเหล่านี้มักเกิดจากความกลัวและวิตกกังวลของมนุษย์ บางคนอาจกลัวผีตายโหงที่จะมา รังควาน จนหลีกเลี่ยงที่จะไปสถานที่ที่เชื่อว่ามีผีอยู่ บางคนอาจใช้เครื่องรางของขลังหรือทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เพื่อป้องกันตัวจากผีตายโหง
  • เรื่องราวผีตายโหง ในสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม เล่าขานกันว่าในสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมบางแห่ง มีผีตายโหงของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นั้นปรากฏตัวอยู่ วิญญาณของพวกเขามักวนเวียนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ บางครั้งอาจปรากฏตัวเป็นร่างคนมีบาดแผลหรือเลือดไหล บางครั้งอาจส่งเสียงร้องโหยหวนหรือเสียงกรีดร้อง ผู้คนที่ผ่านไปมามักรู้สึกกลัวและหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปใกล้สถานที่เหล่านั้น

ตายโหง คือ นั้นมักเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาในสังคมไทย หลายคนมักเชื่อกันว่าผีตายโหงสามารถทำร้ายหรือฆ่าคนได้ บางคนอาจเคยมีประสบการณ์เห็นผีตายโหงหรือได้ยินเสียงผีตายโหง จึงทำให้ความเชื่อเหล่านี้ยิ่งมีอิทธิพลมากขึ้น ซึ่งผีตายโหงมีลักษณะแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีลักษณะดังนี้

  • เป็นวิญญาณของคนตายที่ตายอย่างกะทันหัน ไม่ได้เตรียมตัว ไม่มีเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนา หรือตายอย่างโหดร้าย
  • มักมีความอาฆาตแค้น ไม่สามารถไปสู่ภพภูมิอื่นได้ จึงยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
  • มักปรากฏตัวในสถานที่ที่ตนเสียชีวิต เช่น บ้านร้าง ป่าช้า ถนนเปลี่ยว หรือสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรม
  • อาจปรากฏตัวเป็นเงาดำร่างสูงโปร่ง บางครั้งอาจปรากฏให้เห็นเป็นร่างคนที่มีบาดแผลหรือเลือดไหล

ในปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องผีตายโหงยังคงมีอยู่ในสังคมไทย มักปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น นิทานผี ภาพยนตร์ผี และละครผี ความเชื่อเหล่านี้อาจเกิดจากความกลัวและวิตกกังวลของมนุษย์ บางคนอาจเชื่อว่าผีตายโหงเป็นตัวแทนของความตายและความชั่วร้าย บางคนอาจกลัวผีตายโหงจนหลีกเลี่ยงที่จะไปสถานที่ที่เชื่อว่ามีผีอยู่ บางคนอาจใช้เครื่องรางของขลังหรือทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เพื่อป้องกันตัวจากผีตายโหงอย่างไรก็ตาม ความเชื่อเรื่องลักษณะของผีตายโหงนั้นไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อเหล่านี้ยังคงเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทย หลายคนยังคงเชื่อและให้ความสำคัญกับความเชื่อเหล่านี้