Skip to content

เรื่องลี้ลับ

  • by

เรื่องลี้ลับ ตำนานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน 13 หมูป่า

เรื่องลี้ลับ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีตำนานเล่าขานกันมาช้านาน ตำนานหนึ่งเล่าถึงความรักที่แสนเศร้าระหว่างเจ้าหญิงและชายเลี้ยงม้าที่หนีตามกันจนมาสิ้นสุดชีวิตที่ถ้ำแห่งนี้ ตำนาน ลี้ลับ อีกเรื่องเล่าถึงพญานาคและพญาครุฑที่ทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงนางนาค จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “ขุนน้ำนางนอน” ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนได้รับการประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2529 โดยกรมป่าไม้ มีพื้นที่ประมาณ 12,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านน้ำจำ บ้านจ้อง และบ้านแม่สาย ดูถ้ำหลวง แห่งนี้มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางถ้ำหลวง และเส้นทางถ้ำลอด นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทาง จากตัวเมืองเชียงราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ขุนน้ำ นางนอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก นักท่องเที่ยวสามารถมาชมความงามของลำธารแห่งนี้ รวมถึงสัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบของธรรมชาติ นอกจากนี้ ขุนน้ำนางนอนยังเป็นสถานที่สำคัญของเหตุการณ์ช่วยเหลือทีม 13 หมูป่าชีวิต ที่ถูกติดอยู่ในถ้ำหลวงเมื่อปี 2561 ชาวต่างชาติกว่า 100 คนจากทั่วโลกได้ร่วมกันสร้างฝายชั่วคราวเพื่อกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าถ้ำหลวง ฝายแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและความร่วมมือของผู้คนทั่วโลก โดยในปัจจุบันฝายชั่วคราวดังกล่าวได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว แต่ยังคงเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิต ที่กลายเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำของมนุษยชาติ

ตำนานเรื่องลี้ลับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

นอกจาก เรื่องลึกลับ ตำนานความรักและความขัดแย้งแล้ว ถ้ำหลวง ยังมีตำนานลี้ลับที่เล่าขานกันมาอีกมาก บ้างก็ว่าถ้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของภูตผีปีศาจ บ้างก็ว่าเคยมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ภายใน บ้างก็ว่าเคยมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในตำนานลี้ลับที่โด่งดังที่สุดคือตำนานเกี่ยวกับ “แสงประหลาด” ที่เคยปรากฏให้เห็นในถ้ำหลวง แสงประหลาดนี้มีลักษณะเป็นดวงไฟสีขาวขนาดใหญ่ ลอยไปลอยมาอย่างไร้ทิศทาง บางครั้งก็ปรากฏให้เห็นในบริเวณที่ห่างไกลจากปากถ้ำ บางครั้งก็ปรากฏให้เห็นในเวลากลางคืน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเชื่อว่าแสงประหลาดนี้เป็นดวงวิญญาณของเจ้าหญิงและชายเลี้ยงม้าที่ยังคงวนเวียนอยู่ในถ้ำแห่งนี้ นอกจากแสงประหลาดแล้ว ยังมีตำนานเกี่ยวกับ “เสียงประหลาด” ที่เคยได้ยินใน ตํานานขุนน้ํานางนอน ประหลาดนี้มีลักษณะคล้ายเสียงร้องโหยหวน บางครั้งก็คล้ายเสียงหัวเราะ บางครั้งก็คล้ายเสียงร้องไห้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเชื่อว่าเสียงประหลาดนี้เป็นเสียงของเหล่าภูตผีปีศาจที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ เรื่องลี้ลับ ถ้ำหลวง เหล่านี้ล้วนเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มารองรับ อย่างไรก็ตาม ตำนาน ขุนน้ํานางนอน เหล่านี้ก็ยังคงเป็นที่เล่าขานกันมาจนถึงทุกวันนี้ และยังคงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

และยัง เรื่องตำนาน อีกคือ ตำนานพระธาตุจอมนาค เป็นตำนานเล่าขานกันมาช้านานเกี่ยวกับที่มาของพระธาตุจอมนาค เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตำนานมีอยู่ว่า ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังสุวรรณภูมิ และได้ประทับพักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยแห่งหนึ่งใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่งได้รู้ข่าวจึงมาเฝ้าพระพุทธเจ้าและถวายจ้อคำ 3 ผืน และจ้อแก้ว 3 ผืน พระพุทธองค์ได้ประทานพระเกศาธาตุเส้นหนึ่งแก่พญานาค พญานาคจึงนำพระเกศาธาตุไปบรรจุไว้ที่ดอยแห่งนี้ ต่อมา เจ้าเมืองเทิงได้สร้างพระธาตุขึ้นเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ และให้ชื่อว่า “พระธาตุจอมนาค” คำว่า “จอม” หมายถึง สูงเด่น สง่างาม ส่วนคำว่า “นาค” หมายถึง พญานาค ตำนานพระธาตุจอมนาคมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายประการ ประการแรก ตำนานกล่าวถึงการมาเยือนของพระพุทธเจ้าในสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ประการที่สอง ตำนานกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้าและพญานาค ซึ่งเป็นความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและความเชื่อพื้นบ้านของชาวล้านนา ประการที่สาม ตำนานกล่าวถึงการสร้างพระธาตุจอมนาค ซึ่งเป็นหลักฐานทางโบราณคดีของเจดีย์แห่งนี้ นอกจากตำนานแล้ว พระธาตุจอมนาคยังมีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ที่มา : เรื่องลึกลับ รวมเรื่องราวประหลาดทั่วโลก (kapook.com)